DHA: โอเมก้า-3 ที่สมอง ดวงตา และหัวใจต้องการ

Published: 2026-07-01·เขียนโดยทีมบรรณาธิการ My Health N Wellness
DHAdocosahexaenoic acidomega-3brain healtheye healthheart healthfish oilDHA supplement
⏱️ อ่าน 5 นาที • มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

DHA: โอเมก้า-3 ที่สมอง ดวงตา และหัวใจต้องการ

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมคนถึงบอกว่ากินปลาแล้วฉลาด? คำตอบหลักๆ เลยก็คือ DHA นี่แหละครับ

DHA คืออะไร?

DHA ย่อมาจาก Docosahexaenoic Acid เป็นกรดไขมันโอเมก้า-3 สายยาว ซึ่งเป็นไขมันดีที่ร่างกายต้องการแต่ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้เพียงพอ ต้องได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมเท่านั้นนะครับ

DHA เป็นหนึ่งในไขมันที่พบมากที่สุดในสมองและดวงตาของเรา รวมถึงพบในกล้ามเนื้อหัวใจในปริมาณสูงด้วย ลองนึกภาพว่ามันเป็น "วัสดุก่อสร้าง" ของอวัยวะสำคัญ — ถ้าขาด อวัยวะเหล่านั้นก็ทำงานได้ไม่เต็มที่เลยครับ

ทำไมคนถึงให้ความสำคัญกับ DHA?

การทำงานของสมองและความจำ

DHA เป็นองค์ประกอบหลักของกรดไขมันในเนื้อเทาของสมอง งานวิจัยพบว่าการได้รับ DHA เพียงพอช่วยสนับสนุนความจำ ความสามารถในการโฟกัส และลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น สำคัญมากสำหรับคนที่ต้องใช้สมองหนักทุกวันนะครับ

สุขภาพดวงตา

จอประสาทตาของเรามี DHA อยู่ในปริมาณสูงมากเป็นพิเศษ การมี DHA เพียงพอช่วยรักษาสุขภาพการมองเห็นในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับคนที่จ้องหน้าจอนานๆ ซึ่งก็คือพวกเราส่วนใหญ่เลยค่ะ

สุขภาพหัวใจ

DHA ช่วยรักษาระดับไตรกลีเซอไรด์ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและสนับสนุนการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ถ้าชอบกินข้าวผัด ของทอด หรืออาหารถนนที่มันๆ เป็นประจำ การเพิ่มโอเมก้า-3 ก็ยิ่งสำคัญขึ้นไปอีกครับ

การตั้งครรภ์และพัฒนาการของทารก

DHA จำเป็นมากในช่วงตั้งครรภ์และวัยเด็กตอนต้น เพราะมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาสมองและดวงตาของทารก กรมอนามัยของไทยก็แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรดูแลการรับประทานโอเมก้า-3 เป็นพิเศษนะครับ

การดูดซึมและการนำไปใช้

DHA เป็นสารอาหารที่ละลายในไขมัน ดังนั้นควรรับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันเพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น การรับประทานตอนท้องว่างนั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนักครับ รูปแบบ triglyceride ของน้ำมันปลามักจะดูดซึมได้ดีกว่าแบบ ethyl ester ลองดูที่ฉลากผลิตภัณฑ์ได้เลยค่ะ

ร่างกายสามารถเปลี่ยน ALA ซึ่งเป็นโอเมก้า-3 ที่พบในเมล็ดแฟลกซ์และวอลนัทให้เป็น DHA ได้ แต่ประสิทธิภาพการเปลี่ยนนั้นต่ำมากและไม่แน่นอน การได้รับ DHA โดยตรงจากอาหารทะเลหรืออาหารเสริมจึงมีประสิทธิภาพกว่าเยอะครับ

ความปลอดภัยเบื้องต้น

โดยทั่วไป DHA มีความทนทานสูงและปลอดภัย บางคนอาจรู้สึกแน่นท้องเล็กน้อย มีกลิ่นคาวปลา หรือท้องเสียเล็กน้อยในปริมาณสูง ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม ส่วนผู้ที่แพ้ปลาหรืออาหารทะเลสามารถเลือก DHA จากสาหร่ายแทนได้ครับ

แหล่งอาหารธรรมชาติ

  • ปลาไขมันสูง — แซลมอน ปลาทู ปลาซาร์ดีน ปลากะตัก
  • ปลาทูน่า (สดหรือกระป๋อง)
  • ปลาเฮอร์ริ่งและปลาเทราต์
  • สาหร่ายทะเล (เหมาะสำหรับมังสวิรัติ)
  • ไข่ที่เสริมโอเมก้า-3

สำรวจสารอาหารที่เกี่ยวข้อง

สรุป

DHA ไม่ใช่แค่อาหารเสริมที่กำลังฮิต แต่เป็นสารอาหารพื้นฐานที่สมอง ดวงตา และหัวใจต้องการอย่างแท้จริงครับ คนไทยจำนวนมากได้รับ DHA ไม่เพียงพอจากอาหารประจำวัน โดยเฉพาะถ้าไม่ค่อยกินปลาไขมันสูง ไม่ว่าจะเพิ่มผ่านอาหารหรืออาหารเสริมคุณภาพดี การให้ความสำคัญกับ DHA ถือเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ามากนะครับ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือการรับประทานอาหารเสริมของคุณเสมอนะครับ

อ้างอิง

  1. NIH Office of Dietary Supplements
    https://ods.od.nih.gov/factsheets/Omega3FattyAcids-HealthProfessional/
  2. Harvard T.H. Chan School of Public Health
    https://nutritionsource.hsph.harvard.edu/what-should-you-eat/fats-and-cholesterol/types-of-fat/omega-3-fats/
  3. HealthHub Singapore 🇸🇬 SG
    https://www.healthhub.sg/well-being-and-lifestyle/personal-care/heart-health-supplements
  4. MedlinePlus (NIH)
    https://medlineplus.gov/omega3fattyacids.html
  5. Mayo Clinic
    https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-fish-oil/art-20364810
  6. Linus Pauling Institute (Oregon State University)
    https://lpi.oregonstate.edu/mic/dietary-factors/omega-3-fatty-acids