โปรตีเอส: เอนไซม์ตัวเก่งที่ย่อยโปรตีนให้ร่างกายเรา
โปรตีเอส: เอนไซม์ตัวเก่งที่ย่อยโปรตีนให้ร่างกายเรา
กินข้าวผัดกะเพราไข่ดาวจานใหญ่ หรือส้มตำนัวๆ คู่นาทกไก่ย่างจนพุงกาง แล้วรู้สึกว่าท้องต้องทำงานหนักไปอีกสามชั่วโมงข้างหน้าไหมคะ? เอนไซม์ตัวหลักที่คอยแยกโปรตีนพวกนี้ให้กลายเป็นชิ้นเล็กจนร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ ชื่อว่า "โปรตีเอส" ค่ะ และมันมีบทบาทในระบบย่อยของเราทุกวันมากกว่าที่หลายคนคิดเลยนะ
โปรตีเอสคืออะไร?
โปรตีเอสไม่ได้เป็นสารตัวเดียว แต่เป็นกลุ่มเอนไซม์ทั้งครอบครัวที่มีหน้าที่ตัดโปรตีนให้เป็นชิ้นเล็กลง เรียกว่าเปปไทด์ แล้วตัดต่อไปจนเหลือเป็นกรดอะมิโนเดี่ยวๆ ลองนึกภาพโปรตีนเหมือนสร้อยลูกปัดที่พันกันแน่นเป็นสายยาว โปรตีเอสก็ทำหน้าที่เหมือนกรรไกรที่คอยตัดสร้อยนี้ตามจุดต่างๆ เพื่อให้ลำไส้ของเราดูดซึมชิ้นเล็กๆ เหล่านั้นไปใช้ได้จริง
ร่างกายเราสร้างโปรตีเอสของตัวเองอยู่แล้วค่ะ หลักๆ มาจากกระเพาะ (ในรูปเปปซิน) และตับอ่อน (ในรูปทริปซินกับไคโมทริปซิน) ซึ่งจะถูกปล่อยเข้าลำไส้เล็กเพื่อทำงานต่อจนจบ พืชและเชื้อราก็สร้างเอนไซม์แบบนี้ได้เองเหมือนกัน โปรตีเอสจากพืชที่คนรู้จักมากที่สุดคือปาเปน (papain) จากมะละกอ และโบรมีเลน (bromelain) จากลำต้นและผลสับปะรด ทั้งสองตัวนี้เป็นส่วนผสมหลักในอาหารเสริมเอนไซม์ย่อยอาหารที่วางขายตามร้านขายยาและร้านสุขภาพทั่วไทยเลยค่ะ
ทำไมคนถึงกินโปรตีเอสเป็นอาหารเสริม?
ช่วยย่อยมื้อที่โปรตีนแน่นๆ
คนไทยกินโปรตีนเยอะอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะข้าวมันไก่ ต้มยำกุ้ง หมูกระทะ หรือมื้อปิ้งย่างที่มีทั้งเนื้อ หมู ไข่ เต้าหู้ครบเซ็ต อาหารเสริมโปรตีเอสถูกวางขายในฐานะตัวช่วยเสริมเอนไซม์ที่ร่างกายมีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลากินมื้อใหญ่หรือโปรตีนแน่นเป็นพิเศษ เพื่อให้โปรตีนถูกย่อยจนหมดจริงๆ ไม่ตกค้างอยู่ในลำไส้แบบย่อยไม่สมบูรณ์
ลดความรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง
หลายคนคุ้นกับการกินดึก อย่างมื้อเย็นหลังเลิกงานที่ลากยาวไปถึงสี่ทุ่ม แล้วก็เข้านอนทั้งที่ท้องยังแน่นอยู่ พอระบบย่อยต้องทำงานเร่งหรือย่อยไม่ทัน อาการท้องอืดแน่นก็ตามมา บางคนเลยเลือกกินอาหารเสริมเอนไซม์ที่มีโปรตีเอสผสมอยู่หลังมื้อหนักๆ แบบนี้ แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันชัดๆ เรื่องช่วยลดท้องอืดโดยตรงยังมีไม่มากนักค่ะ
ช่วยฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย
โปรตีเอสยังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนออกกำลังกายและสายฟิตเนสด้วยนะ มีงานวิจัยที่ใช้โปรตีเอสจากเชื้อราผสมกับโปรตีน พบว่าช่วยให้กรดอะมิโนเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น ช่วยให้ร่างกายเก็บไนโตรเจนได้ดีขึ้น และยังลดค่าการอักเสบอย่าง C-reactive protein เมื่อเทียบกับการกินโปรตีนเปล่าๆ แนวคิดคือถ้าโปรตีนถูกย่อยได้เร็วขึ้น กล้ามเนื้อก็จะได้กรดอะมิโนไปซ่อมแซมเร็วขึ้นหลังออกกำลังกาย
ช่วยลดการอักเสบและบวม
ส่วนนี้คือจุดที่เอนไซม์ย่อยโปรตีนน่าสนใจในทางการแพทย์มากขึ้นค่ะ มีการศึกษาสูตรผสมที่มีโบรมีเลนและทริปซิน เรื่องช่วยลดบวมลดปวดหลังทำหัตถการ อย่างการถอนฟันคุด รวมถึงในบางงานวิจัยเรื่องข้อเข่าเสื่อมและการฟื้นตัวหลังผ่าตัด ที่พบว่าสูตรผสมเอนไซม์ช่วยลดค่าการอักเสบและความเจ็บปวดได้มากกว่ากลุ่มที่ได้ยาหลอก แต่นักวิจัยส่วนใหญ่ก็ยังบอกว่าหลักฐานตรงนี้ยังมีจำกัดและผลลัพธ์ไม่ตรงกันทุกงาน ดังนั้นควรมองว่าเป็น "อาจช่วยได้" มากกว่าจะเรียกว่าเป็นการรักษาที่พิสูจน์แล้วแน่นอน
การดูดซึมของร่างกาย
เรื่องยากอย่างหนึ่งของอาหารเสริมโปรตีเอสคือ ตัวมันเองก็เป็นโปรตีนเหมือนกัน แล้วกระเพาะของเราก็ถูกออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ทำลายโปรตีนอยู่แล้ว เต็มไปด้วยกรดและเปปซินซึ่งเป็นโปรตีเอสของกระเพาะเอง อาหารเสริมโปรตีเอสแบบกินหลายตัวจึงเคลือบแคปซูลแบบพิเศษ (enteric coating) เพื่อให้มันรอดผ่านกระเพาะไปออกฤทธิ์ในลำไส้เล็กที่มีสภาพเป็นกลางมากกว่า ซึ่งเป็นจุดที่มันทำงานได้จริง
โปรตีเอสในอาหารเสริมมาจากสามแหล่งหลักค่ะ คือจากพืช (ปาเปนจากมะละกอ โบรมีเลนจากสับปะรด) จากสัตว์ (สารสกัดจากตับอ่อนหมูหรือวัว) และจากเชื้อราหรือแบคทีเรียที่เพาะเลี้ยงในถังหมัก แต่ละแหล่งจะทำงานได้ดีในสภาพความเป็นกรด-เบสและอุณหภูมิที่ต่างกันเล็กน้อย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสูตรของแต่ละแบรนด์ถึงต่างกันมาก อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ผักผลไม้สดมีเอนไซม์ธรรมชาติของตัวเองอยู่บ้าง แต่ความร้อนจากการปรุงอาหารทั่วไปจะทำลายฤทธิ์เอนไซม์เหล่านั้นไปเกือบหมดก่อนที่อาหารจะมาถึงจานเราแล้ว ดังนั้นอาหารสตรีทฟู้ดที่ปรุงสุกแล้วจึงไม่ได้ให้เอนไซม์ที่มีฤทธิ์จริงๆ กับเราหรอกนะ
เรื่องความปลอดภัยที่ควรรู้
โดยทั่วไปอาหารเสริมโปรตีเอสและเอนไซม์ย่อยโปรตีนถือว่าร่างกายทนรับได้ดี อาการที่พบบ่อยที่สุดมักเป็นแค่ท้องไม่สบายเล็กน้อย ท้องเสีย หรือแสบร้อนในปากและคอถ้าผงยังละลายไม่หมด แต่ก็มีบางกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ
ถ้าใครมีประวัติแพ้มะละกอ สับปะรด ยางพารา หรือละอองเกสรบางชนิด มีโอกาสที่จะแพ้ปาเปนหรือโบรมีเลนในอาหารเสริมได้เหมือนกัน ควรลองกินในปริมาณน้อยๆ ก่อน แล้วหยุดทันทีถ้ามีอาการคัน ผื่นลมพิษ หรือบวม เพราะโปรตีเอสบางชนิด โดยเฉพาะโบรมีเลน มีฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงเล็กน้อย ใครที่กินยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน หรือกำลังจะผ่าตัด ควรปรึกษาหมอก่อนกินนะคะ ไม่ใช่แค่ทนๆ เอาถ้าเกิดรอยช้ำแบบผิดปกติ ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ข้อมูลความปลอดภัยยังมีน้อย จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มกินเช่นกัน อีกจุดที่ควรรู้คือ อาหารเสริมเอนไซม์ที่ซื้อได้ทั่วไปไม่ได้ผ่านมาตรฐานการผลิตเดียวกันกับยาเอนไซม์ทดแทนตับอ่อนที่แพทย์สั่งให้เฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว เช่น โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง หรือโรคซิสติกไฟโบรซิส สองอย่างนี้ไม่ควรเอามาใช้แทนกันเด็ดขาดค่ะ
แหล่งอาหารธรรมชาติที่มีโปรตีเอส
- มะละกอ (ทั้งผลดิบและน้ำยางมีปาเปน)
- สับปะรด โดยเฉพาะส่วนแกนและลำต้น (โบรมีเลน)
- กีวี (มีเอนไซม์ที่เรียกว่าแอกทินิดิน)
- มะม่วงและกล้วย (ส่วนใหญ่เป็นเอนไซม์อะไมเลส แต่มีฤทธิ์ย่อยโปรตีนอยู่บ้าง)
- น้ำผึ้งดิบ
- อาหารหมัก เช่น เต้าเจี้ยว กิมจิ และผักดองแบบดั้งเดิม
- ขิง ซึ่งบางครั้งใช้คู่กับมะละกอในน้ำหมักเนื้อแบบไทยๆ เพื่อช่วยให้เนื้อนุ่มก่อนนำไปปรุง
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหารอื่นๆ
สรุปส่งท้าย
โปรตีเอสเป็นหนึ่งในสารที่ฟังดูเป็นวิชาการ แต่จริงๆ แล้วทำหน้าที่ธรรมดาและสำคัญมาก คือเปลี่ยนโปรตีนในจานอาหารของเราให้กลายเป็นสิ่งที่ร่างกายเอาไปใช้ได้จริง จะมาจากตับอ่อนของเราเอง จากมะละกอสักชิ้น หรือจากแคปซูลอาหารเสริม หน้าที่หลักของมันก็ไม่เปลี่ยนไปค่ะ สำหรับคนที่กินอาหารหลากหลายและสุขภาพดีอยู่แล้ว โปรตีเอสที่ร่างกายสร้างเองก็มักจะเพียงพอ ส่วนความสนใจในอาหารเสริมตัวนี้มักเพิ่มขึ้นเวลาที่กินโปรตีนหนักเป็นพิเศษ ต้องฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย หรือรู้สึกอึดอัดท้องหลังมื้อใหญ่ๆ ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้ การเสริมเอนไซม์นิดหน่อยก็เป็นตัวเลือกที่หลายคนลองพิจารณา แต่ที่ดีที่สุดคือควรทำควบคู่กับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ไม่ใช่ใช้แทนคำแนะนำนั้นนะคะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนปรับเปลี่ยนอาหารการกินหรือเริ่มกินอาหารเสริมใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเสมอค่ะ
References
- Mayo Clinic
https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/amylase-lipase-pancrelipase-protease-oral-route/description/drg-20065293 - Harvard Health Publishing
https://www.health.harvard.edu/healthy-aging-and-longevity/digestive-enzymes-how-supplements-like-lactaid-and-beano-can-help-with-digestion - Cleveland Clinic
https://my.clevelandclinic.org/health/articles/21532-enzymes - PubMed Central (NIH)
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9696696/