🎁 Join free & get 20% off as a member SingaporeOther Countries

โมลิบดีนัม แร่ธาตุจิ๋วเบื้องหลังการล้างพิษของร่างกาย

Published: 2026-09-12·เขียนโดยทีมบรรณาธิการ My Health N Wellness
โมลิบดีนัมแร่ธาตุจำเป็นการล้างพิษโภชนาการ
⏱️ อ่าน 5 นาที • มีข้อมูลอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

โมลิบดีนัม แร่ธาตุจิ๋วเบื้องหลังการล้างพิษของร่างกาย

เคยสงสัยไหมคะว่าร่างกายจัดการกับสารซัลไฟต์ในน้ำพริกแกงหรือเครื่องปรุงที่เก็บไว้กินได้นานๆ ยังไง หรือสารพิวรีนจากมื้อซีฟู้ดสุดฟินที่กินกับเพื่อนตอนสุดสัปดาห์ล่ะ มีแร่ธาตุตัวจิ๋วชื่อ "โมลิบดีนัม" ที่แอบทำงานล้างพิษพวกนี้อยู่เบื้องหลัง แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินชื่อมันเลยด้วยซ้ำนะคะ

โมลิบดีนัมคืออะไร

โมลิบดีนัม (อ่านว่า มอ-ลิบ-ดี-นัม) เป็นแร่ธาตุจำเป็นชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยมาก มันมีอยู่ในอาหารหลายชนิดตามธรรมชาติ และยังมีแบบอาหารเสริมให้เลือกด้วย คำว่า "จำเป็น" ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าต้องกินเยอะๆ นะคะ ตรงกันข้ามเลย ร่างกายต้องการมันแค่นิดเดียวจริงๆ แต่ถ้าขาดไปเลย กระบวนการทางเคมีบางอย่างในร่างกายก็จะทำงานไม่ได้เลย

ในเซลล์ของเรา โมลิบดีนัมจะจับตัวกับสารอีกชนิดที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง กลายเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า "โมลิบดีนัมโคแฟกเตอร์" ตัวนี้จำเป็นสำหรับการทำงานของเอนไซม์ 4 ชนิด ได้แก่ ซัลไฟต์ออกซิเดส แซนทีนออกซิเดส อัลดีไฮด์ออกซิเดส และเอนไซม์ที่ชื่อยาวหน่อยคือ mitochondrial amidoxime reducing component ลองนึกภาพเอนไซม์เหล่านี้เป็นทีมแม่บ้านทำความสะอาดร่างกายก็ได้ค่ะ แต่ละตัวมีหน้าที่เฉพาะในการสลายสารที่ร่างกายไม่ต้องการหรือใช้งานตรงๆไม่ได้

ไตของเราทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมหลักของโมลิบดีนัมในร่างกาย โดยขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ส่วนที่เก็บสำรองไว้เล็กน้อยก็จะอยู่ในตับ ไต ต่อมหมวกไต และกระดูก ภาวะขาดโมลิบดีนัมจริงๆนั้นหาได้ยากมากจนหมอไม่ได้ตรวจกันเป็นประจำเลยค่ะ

ทำไมคนถึงสนใจแร่ธาตุตัวนี้

ช่วยล้างพิษแบบเนียนๆในชีวิตประจำวัน

เอนไซม์สำคัญตัวหนึ่งของโมลิบดีนัมคือซัลไฟต์ออกซิเดส มีหน้าที่สลายสารซัลไฟต์ ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารบางชนิด และยังถูกใส่เป็นสารกันเสียในผลไม้แช่อิ่ม แหนม ไส้กรอก หรือน้ำจิ้มบรรจุขวดที่มีอยู่ทั่วไปในครัวไทยเราด้วย โมลิบดีนัมโคแฟกเตอร์จำเป็นสำหรับเอนไซม์ตัวนี้และอีกสามตัวที่ช่วยสลายกรดอะมิโนที่มีกำมะถัน รวมถึงงานอื่นๆอีกด้วย พอมีโมลิบดีนัมพอเพียง กระบวนการล้างพิษเงียบๆแบบนี้ก็จะทำงานได้ราบรื่นค่ะ

ช่วยร่างกายจัดการกับพิวรีน

เอนไซม์อีกตัวที่ต้องพึ่งโมลิบดีนัมคือแซนทีนออกซิเดส ทำหน้าที่เปลี่ยนพิวรีน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารทะเล เครื่องใน และน้ำซุปข้นๆ ให้อยู่ในรูปที่ร่างกายขับออกได้ เอนไซม์ตัวนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนพิวรีนให้เป็นกรดยูริกนั่นเองค่ะ เรื่องนี้มีประโยชน์มากถ้าใครกินกุ้ง ปลาหมึก หรือลาบ น้ำตก ที่มีเครื่องในเป็นประจำ เพราะการกินอาหารที่มีพิวรีนสูงนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่ร่างกายจัดการกรดยูริกได้ดีแค่ไหน

มีส่วนช่วยสลายยาและสารพิษ

ร่างกายใช้โมลิบดีนัมช่วยในการประมวลผลโปรตีนและสารพันธุกรรมอย่างดีเอ็นเอ นอกจากนี้ยังช่วยสลายยาและสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายด้วย งานนี้เกิดขึ้นส่วนใหญ่ที่ตับ ซึ่งเอนไซม์ที่พึ่งโมลิบดีนัมจะช่วยเปลี่ยนสภาพสารต่างๆที่เราสัมผัสผ่านอาหาร อากาศ และของใช้ในชีวิตประจำวัน ทำงานร่วมกับระบบล้างพิษอื่นๆของตับไปพร้อมกันเลยค่ะ

ทำงานร่วมกับแร่ธาตุตัวอื่นเป็นทีม

โมลิบดีนัมมักไม่ถูกพูดถึงเดี่ยวๆ เพราะมันไม่ได้ทำงานคนเดียวค่ะ ทองแดง สังกะสี ซีลีเนียม และโมลิบดีนัม ต่างมีส่วนร่วมในกระบวนการทางชีวเคมีหลายอย่างที่ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ รวมถึงการจัดการกับความเครียดออกซิเดชันในเซลล์และการรักษาเมตาบอลิซึมให้สมดุล การกินอาหารหลากหลายจะให้แร่ธาตุทั้งทีมนี้มาพร้อมกันเลย ไม่ต้องพึ่งแร่ธาตุตัวใดตัวเดียว

การดูดซึมของร่างกาย

เทียบกับแร่ธาตุอื่นๆหลายตัว โมลิบดีนัมถูกร่างกายดูดซึมได้ง่ายมากเป็นพิเศษค่ะ ความมีประสิทธิภาพสูงในการดูดซึมนี้บอกเป็นนัยว่ากระบวนการนี้เกิดขึ้นแบบพาสซีฟ (ไม่ต้องใช้พลังงาน) มากกว่าการต้องมีระบบขนส่งพิเศษ นั่นแปลว่าลำไส้ของเราไม่ต้องออกแรงมากเพื่อใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรากินเข้าไป ซึ่งต่างจากแร่ธาตุอย่างธาตุเหล็กที่ร่างกายดูดซึมได้น้อยกว่าและเลือกสรรมากกว่ามาก

ปริมาณโมลิบดีนัมในอาหารแต่ละอย่างขึ้นอยู่กับปริมาณที่มีในดินและน้ำที่ใช้ปลูกพืชนั้นๆเป็นหลัก คล้ายกับที่ปริมาณซีลีเนียมก็แปรผันไปตามพื้นที่เหมือนกัน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่การกินอาหารหลากหลายและเป็นอาหารสดจริงๆ แทนที่จะพึ่งอาหารกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว จะช่วยปรับความผันแปรตามธรรมชาตินี้ให้สมดุลขึ้น พอร่างกายดูดซึมไปแล้ว ไตก็จะเข้ามาทำงานต่อ ปรับปริมาณที่ขับออกตามปริมาณที่กินเข้าไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งภาวะขาดและภาวะเกินของโมลิบดีนัมจากอาหารนั้นพบได้น้อยมากจริงๆค่ะ

เรื่องความปลอดภัยที่ควรรู้

ยังไม่มีความชัดเจนว่าโมลิบดีนัมมีผลต่อโรคหรือภาวะสุขภาพใดเป็นการเฉพาะ และการได้รับจากอาหารและเครื่องดื่มทั่วไปก็ยังไม่พบว่าเป็นอันตรายแต่อย่างใด ผลข้างเคียงจากการกินแบบอาหารเสริมนั้นพบได้น้อยมาก และคนที่กินอาหารไทยหลากหลายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด ส้มตำ แกงต่างๆ หรือของกินริมทาง ก็มักจะได้รับโมลิบดีนัมเพียงพอโดยไม่ต้องคิดอะไรเพิ่มเลยค่ะ กรมอนามัยเองก็แนะนำให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลายอยู่เสมอ ซึ่งก็ครอบคลุมเรื่องนี้ไปโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

ข้อควรระวังหลักๆมาจากการสัมผัสในระดับสูงต่อเนื่องแบบผิดปกติ ไม่ใช่จากอาหารทั่วไปนะคะ คนที่สัมผัสโมลิบดีนัมในระดับสูงจากอากาศและดิน เช่น คนงานเหมืองหรือช่างโลหะ บางครั้งอาจมีอาการปวดข้อ อาการคล้ายโรคเกาต์ และระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงจากการกินอาหารเสริมโมลิบดีนัมในปริมาณมากเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้นนี่ไม่ใช่แร่ธาตุที่ควรกินในปริมาณสูงตามใจชอบหรือโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ค่ะ

มีอีกจุดที่ควรระวัง คือโมลิบดีนัมกับทองแดงจะแข่งกันในร่างกาย ดังนั้นคนที่มีภาวะขาดทองแดงที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและปรึกษาแพทย์ก่อน นอกจากกรณีเฉพาะนี้ โมลิบดีนัมยังไม่พบว่ามีปฏิกิริยากับยาชนิดใด แต่ก็ควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งที่กินอาหารเสริม โดยเฉพาะถ้ามีโรคไต เพราะไตนี่แหละที่คอยรักษาระดับโมลิบดีนัมให้สมดุลในร่างกายเรา

แหล่งอาหารธรรมชาติ

  • ถั่วต่างๆ — แหล่งโมลิบดีนัมที่มากที่สุด รวมถึงถั่วเลนทิล ถั่วชิกพี ถั่วแดง และถั่วเหลือง (เต้าหู้ เทมเป้ น้ำเต้าหู้ ของกินคุ้นเคยตามร้านข้างบ้านและครัวไทยเลยค่ะ)
  • ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีท หรือบะหมี่โฮลวีท
  • ถั่วเปลือกแข็งและถั่วลิสง ที่มักอยู่ในของกินและกับข้าวไทยหลายเมนู
  • ผักใบเขียว
  • ผลิตภัณฑ์นม เช่น นม เนยแข็ง และโยเกิร์ต ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญเป็นพิเศษสำหรับเด็กและวัยรุ่น
  • เครื่องในสัตว์เช่นตับ แม้จะกินกันน้อยลงในปัจจุบัน

สำรวจแร่ธาตุอื่นๆที่น่าสนใจ

สรุปส่งท้าย

โมลิบดีนัมไม่ใช่แร่ธาตุที่คนส่วนใหญ่ต้องคอยคิดถึงเป็นพิเศษ และนั่นก็เป็นข่าวดีค่ะ ถ้ามื้ออาหารของเรามีถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ด นม และผักในสัดส่วนที่พอเหมาะอยู่แล้ว ซึ่งก็ตรงกับอาหารไทยแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่พอดี ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับโมลิบดีนัมเพียงพอโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย แทนที่จะมองหาอาหารเสริมโมลิบดีนัม การกินอาหารให้หลากหลายจริงๆจะมีประโยชน์มากกว่า เพราะแร่ธาตุตัวนี้มักจะโผล่มาเองในอาหารสดที่ผ่านการแปรรูปน้อยอยู่แล้วค่ะ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรืออาหารเสริมใดๆ นะคะ

References

  1. NIH Office of Dietary Supplements
    https://ods.od.nih.gov/factsheets/Molybdenum-HealthProfessional/
  2. NIH Office of Dietary Supplements
    https://ods.od.nih.gov/factsheets/Molybdenum-Consumer/
  3. Linus Pauling Institute
    https://lpi.oregonstate.edu/mic/minerals/molybdenum
  4. PubMed Central
    https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10770642/
  5. WebMD
    https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-1249/molybdenum
  6. MedlinePlus
    https://medlineplus.gov/genetics/condition/molybdenum-cofactor-deficiency/