เมทิลโฟเลต: โฟเลตที่ร่างกายพร้อมใช้ทันที
เมทิลโฟเลต: โฟเลตที่ร่างกายพร้อมใช้ทันที
เคยกินโฟลิกแอซิดแล้วรู้สึกว่าไม่เห็นผลอะไรเลยไหมคะ? สำหรับคนจำนวนไม่น้อย คำตอบซ่อนอยู่ในยีนตัวเล็กๆ ที่ทำให้ร่างกายใช้โฟเลตได้ไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็นนะคะ
เมทิลโฟเลตคืออะไร?
เมทิลโฟเลต หรือที่เรียกอีกชื่อว่า L-เมทิลโฟเลต หรือ 5-MTHF คือโฟเลตรูปแบบที่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ได้เลยทันที โฟเลตเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่ง หรือที่รู้จักกันว่าวิตามินบี 9 ซึ่งร่างกายต้องใช้ในการสร้างเซลล์ใหม่ สร้างเม็ดเลือดแดง และสร้าง DNA
แต่มีจุดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ค่ะ นั่นคือโฟเลตจากอาหาร และโฟลิกแอซิดจากอาหารเสริมหรือขนมปังเสริมวิตามิน ต้องผ่านการแปลงหลายขั้นตอนในตับก่อน เซลล์ของเราจะเอาไปใช้ได้จริง ส่วนเมทิลโฟเลตคือผลลัพธ์สุดท้ายที่ผ่านกระบวนการนี้มาแล้วเรียบร้อย
ลองนึกภาพเหมือนซื้อชั้นวางหนังสือแบบประกอบสำเร็จมาแล้ว เทียบกับซื้อกล่องที่ต้องมาประกอบเองที่บ้านดูนะคะ โฟลิกแอซิดยังต้อง "ประกอบ" ในร่างกายก่อน ส่วนเมทิลโฟเลตพร้อมใช้งานได้ทันทีเลย
ความแตกต่างนี้เกิดจากยีนตัวหนึ่งชื่อ MTHFR ซึ่งควบคุมขั้นตอนสำคัญในการแปลงโฟเลต คนจำนวนมากทั่วโลก รวมถึงคนเอเชียอย่างเราๆ ก็มีสัดส่วนไม่น้อยที่มียีนตัวนี้แบบที่ทำให้กระบวนการแปลงช้าลงกว่าปกติ ทำให้โฟเลตรูปแบบ "สำเร็จรูป" นี้มีความหมายกับคนกลุ่มนี้มากเป็นพิเศษ
ทำไมคนถึงกินเมทิลโฟเลต?
เม็ดเลือดแดงแข็งแรง
เหมือนโฟเลตทุกรูปแบบ เมทิลโฟเลตจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ เมื่อโฟเลตพร้อมใช้มีไม่พอ เม็ดเลือดแดงจะโตผิดปกติและทำงานได้ไม่เต็มที่ ภาวะนี้เรียกว่าโลหิตจางชนิดเมกาโลบลาสติก
ผลที่ตามมาบ่อยๆ คือความเหนื่อยเรื้อรังที่เรามักโทษว่าเป็นเพราะงานหนักหรือนอนไม่พอ เพราะอาการมันคลุมเครือมากเลยค่ะ หลายคนกว่าจะรู้ตัวก็ต้องรอผลเลือดจากการตรวจสุขภาพประจำปีมาฟ้องว่าโฟเลตต่ำ
การตั้งครรภ์และพัฒนาการช่วงแรก
โฟเลตเป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยลดความเสี่ยงภาวะหลอดประสาทไม่ปิดสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลต่อการสร้างสมองและไขสันหลังของทารกในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังปฏิสนธิ ซึ่งบางทีคุณแม่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตั้งครรภ์แล้ว เมทิลโฟเลตก็ให้ประโยชน์ในการป้องกันแบบเดียวกันนี้
สำหรับผู้หญิงที่มียีน MTHFR แบบที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ เมทิลโฟเลตอาจถูกนำไปใช้ได้สม่ำเสมอกว่าโฟลิกแอซิด ทุกวันนี้คลินิกรักษาผู้มีบุตรยากและสูตินรีเวชในไทยเริ่มพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้นในช่วงก่อนวางแผนตั้งครรภ์ โดยเฉพาะคู่ที่พยายามมีลูกมานานแต่ยังไม่สำเร็จโดยไม่รู้สาเหตุ
อารมณ์และความคิดที่แจ่มใส
เมทิลโฟเลตเป็นหนึ่งในโฟเลตไม่กี่รูปแบบที่ผ่านเข้าสมองได้ ผ่านตัวกรองที่ปกติจะกันสารส่วนใหญ่ไม่ให้เข้าถึงเนื้อเยื่อสมองโดยตรง เมื่อเข้าไปแล้วมันช่วยสนับสนุนการสร้างสารเคมีในสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์ อย่างเซโรโทนินและโดปามีน
ด้วยเหตุนี้ นักวิจัยหลายทีมจึงศึกษาเมทิลโฟเลตในฐานะตัวช่วยเสริมสำหรับคนที่อารมณ์หดหู่ไม่ดีขึ้นเต็มที่จากการรักษาด้วยยาแก้ซึมเศร้าตามปกติ โดยเฉพาะคนที่โฟเลตต่ำหรือมียีน MTHFR แบบผิดปกติ ผลการศึกษาหลายชิ้นออกมาดีเลยค่ะ แต่ย้ำว่าเป็นตัวเสริมควบคู่กับการรักษา ไม่ใช่ตัวแทนยาแต่อย่างใด
โฮโมซิสเทอีนและสุขภาพระยะยาว
เมทิลโฟเลตช่วยเปลี่ยนสารตัวหนึ่งชื่อโฮโมซิสเทอีนกลับไปเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้ได้ โดยทำงานร่วมกับวิตามินบี 12 ในกระบวนการนี้ ถ้าปล่อยให้โฮโมซิสเทอีนสูงเรื่อยๆ โดยไม่จัดการ มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะถูกทำร้ายในระยะยาว
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมอาหารเสริมเมทิลโฟเลตส่วนใหญ่มักผสมวิตามินบี 12 มาด้วยกัน ไม่ค่อยขายแบบโฟเลตเดี่ยวๆ เพราะสารสองตัวนี้ต้องพึ่งพากันเพื่อให้ปฏิกิริยาเดียวกันนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การดูดซึมและประสิทธิภาพในร่างกาย
โฟลิกแอซิดซึ่งเป็นรูปแบบสังเคราะห์ที่ใส่ในขนมปังเสริมวิตามิน ซีเรียล และอาหารเสริมทั่วไป ต้องผ่านเอนไซม์ตัวหนึ่งชื่อ DHFR ก่อนร่างกายจะใช้ได้ ขั้นตอนนี้อาจช้าได้ โดยเฉพาะถ้าเส้นทางนี้ทำงานหนักอยู่แล้วจากการได้รับโฟลิกแอซิดในปริมาณมาก
เมทิลโฟเลตข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย เพราะมันอยู่ในรูปที่พร้อมใช้แล้วตั้งแต่แรก สำหรับคนที่ยีน MTHFR ทำงานปกติดี ความแตกต่างในชีวิตประจำวันอาจไม่มากนัก
แต่สำหรับคนกลุ่มใหญ่ที่เอนไซม์ทำงานได้ไม่เต็มร้อย ความแตกต่างนี้อาจหมายถึงความต่างระหว่างโฟเลตที่ "กินเข้าไปแล้ว" กับโฟเลตที่ "ร่างกายเอาไปใช้ได้จริง" เลยค่ะ
เมทิลโฟเลตยังละลายในน้ำ ไม่สะสมอยู่ในไขมันแบบวิตามินเอ ดี อี และเค ร่างกายเราจึงต้องได้รับมันอย่างสม่ำเสมอจากอาหารหรืออาหารเสริม ไม่ได้เก็บสะสมไว้ใช้ทีหลังแบบวิตามินละลายในไขมัน
ข้อควรรู้เรื่องความปลอดภัย
โดยทั่วไปเมทิลโฟเลตถือว่าร่างกายรับได้ดีนะคะ บางคนอาจรู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย ท้องอืด หรือนอนหลับเปลี่ยนไปในช่วงแรกที่กิน แต่อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเองเมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว
มีจุดหนึ่งที่ต้องระวังคือ การได้รับโฟเลตในปริมาณสูง รวมถึงเมทิลโฟเลต อาจบังคับผลเลือดให้ดูปกติ ทั้งที่จริงๆ ร่างกายขาดวิตามินบี 12 อยู่ ทำให้ความเสียหายต่อระบบประสาทจากการขาดบี 12 ค่อยๆ ลุกลามไปโดยไม่มีใครรู้ตัว เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ และคนที่กินมังสวิรัติหรือวีแกนแบบเข้มงวด เพราะกลุ่มนี้มีแนวโน้มขาดบี 12 อยู่แล้ว
ใครที่กินยาเมโทเทรกเซท ซึ่งใช้รักษาโรคภูมิต้านตนเองบางชนิดและมะเร็งบางประเภท หรือกินยากันชัก ควรคุยกับแพทย์ก่อนเริ่มกินเมทิลโฟเลต เพราะมันอาจไปรบกวนการทำงานของยาเหล่านี้ได้ ถ้ามีประวัติมะเร็งบางชนิดในตัวเองหรือในครอบครัว ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเช่นกัน เพราะยังมีการศึกษาต่อเนื่องเกี่ยวกับบทบาทของโฟเลตในการเติบโตของเซลล์
คนไทยเราหลายคนมักจะ "อดทน" เก็บอาการอย่างเหนื่อยเรื้อรังหรืออารมณ์หดหู่ไว้เงียบๆ ไม่ค่อยไปตรวจ ถ้าอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่องเกินสองสามสัปดาห์ การไปตรวจเลือดง่ายๆ ครั้งเดียวมีประโยชน์กว่าการเดาว่าจะกินอาหารเสริมตัวไหนดีมากเลยนะคะ กรมอนามัยก็แนะนำให้ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเพื่อจับสัญญาณเหล่านี้ได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ
แหล่งอาหารธรรมชาติ
อาหารทั่วไปไม่มีสารที่เรียกว่า "เมทิลโฟเลต" ติดป้ายไว้ตรงๆ แต่วัตถุดิบใกล้ตัวเราหลายอย่างอุดมไปด้วยโฟเลตธรรมชาติที่ร่างกายแปลงเป็นเมทิลโฟเลตได้เลยค่ะ:
- ผักใบเขียวอย่างผักโขม คะน้า และผักบุ้ง
- พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเลนทิล ถั่วชิกพี ถั่วเหลือง รวมถึงเต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
- ผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม และมะนาว
- ไข่และตับ
- หน่อไม้ฝรั่งและบรอกโคลี
- ซีเรียลและผลิตภัณฑ์แป้งที่เสริมวิตามิน
ถ้าเช้านี้กินข้าวเหนียวหมูปิ้งหรือปาท่องโก๋กับกาแฟเป็นประจำ มื้อนั้นมักจะได้โฟเลตน้อยหน่อยนะคะ ลองเติมผลไม้หรือเมนูผักอย่างส้มตำในมื้อถัดไปดูสิคะ ช่วยปิดช่องว่างนี้ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันมากเลย
บทความที่เกี่ยวข้อง
สารอาหารที่เกี่ยวข้องกัน
สรุปท้ายบทความ
เมทิลโฟเลตไม่ใช่โฟเลตเวอร์ชันหรูที่ทำขึ้นมาให้ดูดีเฉยๆ นะคะ แต่มันคือรูปแบบที่ร่างกายเราจะแปลงไปใช้อยู่แล้วในที่สุด เพียงแต่มันมาถึงแบบพร้อมใช้ทันที สำหรับคนส่วนใหญ่ที่กินอาหารหลากหลาย มีผักใบเขียว ถั่ว และอาหารเสริมวิตามินอยู่ในมื้อประจำ กระบวนการแปลงโฟเลตในร่างกายก็ทำงานได้ดีอยู่แล้วตามปกติ
แต่ถ้าคุณมียีน MTHFR แบบที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ เคยกินโฟลิกแอซิดแล้วไม่เห็นผล หรือมีข้อสงสัยเรื่องอารมณ์ การมีบุตร หรือโฮโมซิสเทอีนโดยเฉพาะ เมทิลโฟเลตเป็นเรื่องที่ควรคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรดูนะคะ ควรอิงจากผลตรวจเลือดจริง มากกว่าการเดาจากอาการเพียงอย่างเดียวค่ะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ กรุณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนปรับเปลี่ยนอาหารการกินหรือการใช้อาหารเสริมใดๆ
References
- NIH Office of Dietary Supplements
https://ods.od.nih.gov/factsheets/Folate-HealthProfessional/ - PubMed Central
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9380836/ - PubMed Central
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7572139/