ไลเปส: เอนไซม์ตัวเก่งช่วยย่อยไขมัน
ไลเปส: เอนไซม์ตัวเก่งเบื้องหลังการย่อยไขมัน
กินข้าวผัดกะเพราหรือส้มตำไปจานใหญ่ แล้วรู้สึกอึดอัดท้องอืดจนอยากคลายเข็มขัดไหมคะ? ส่วนหนึ่งที่ร่างกายกำลังทำงานหนักอยู่ตอนนั้น คือการพยายามย่อยไขมันทั้งหมดที่กินเข้าไป และเอนไซม์ตัวเก่งที่รับหน้าที่นี้เป็นหลักก็คือ "ไลเปส" นั่นเองค่ะ
ไลเปสคืออะไร?
ไลเปสเป็นเอนไซม์ธรรมชาติ ซึ่งจัดเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีในร่างกายเรา หน้าที่หลักของมันคือย่อยไขมันในอาหารที่เรากินให้กลายเป็นชิ้นเล็กๆ ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้จริง
ไลเปสเป็นเอนไซม์ที่ร่างกายเราสร้างขึ้นเพื่อย่อยไขมันจากอาหาร โดยตัดให้เป็นชิ้นเล็กลงจนร่างกายดูดซึมได้ ตับอ่อนของเราผลิตไลเปสตามธรรมชาติแล้วปล่อยเข้าไปในลำไส้เล็กหลังกินอาหาร และยังมีปริมาณเล็กน้อยที่ผลิตจากปากและกระเพาะด้วย
ลองนึกภาพว่าตับอ่อนเป็นเชฟหัวใหญ่ของระบบย่อยอาหารนะคะ พอเรากินข้าวเสร็จ ตับอ่อนก็จะส่งไลเปสออกมา (พร้อมกับเอนไซม์อีกสองตัวคือ อะไมเลสและโปรตีเอส) เข้าสู่ลำไส้เล็กในเวลาที่พอดิบพอดีกับไขมัน คาร์บ และโปรตีนจากอาหารที่เรากินเข้าไป
เพราะไลเปสมีหน้าที่เฉพาะเจาะจงในการย่อยไขมันแบบนี้ หมอจึงใช้การตรวจเลือดวัดระดับไลเปสเป็นเครื่องมือช่วยวินิจฉัยโรคด้วย ถ้าเซลล์ตับอ่อนถูกทำลาย จะมีการปล่อยไลเปสออกมามากกว่าปกติ ดังนั้นระดับไลเปสในเลือดที่สูงขึ้นอาจบ่งบอกถึงภาวะตับอ่อนอักเสบหรือปัญหาที่ตับอ่อนอื่นๆ ได้
ทำไมคนถึงกินอาหารเสริมไลเปส?
ช่วยย่อยไขมันเมื่อตับอ่อนทำงานไม่เต็มที่
บางคนตับอ่อนผลิตเอนไซม์ย่อยอาหารได้ไม่พอ ภาวะนี้เรียกว่า "ภาวะตับอ่อนทำงานบกพร่องแบบเอ็กโซไครน์" (exocrine pancreatic insufficiency หรือ EPI) เกิดขึ้นเมื่อตับอ่อนผลิตหรือปล่อยเอนไซม์ย่อยอาหารที่ร่างกายต้องใช้ในการย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ไม่เพียงพอ มักพบร่วมกับภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง โรคซิสติกไฟโบรซิส หรือหลังผ่าตัดตับอ่อน
สำหรับคนกลุ่มนี้ การใช้เอนไซม์ทดแทนตับอ่อนขนาดสูงตามที่แพทย์สั่งถือเป็นการรักษาหลักที่ได้รับการยอมรับและต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ คนที่มีภาวะ EPI ต้องการไลเปสในขนาดสูงกว่าปกติมาก แบบที่ต้องสั่งโดยแพทย์ เพื่อทดแทนเอนไซม์ที่ตับอ่อนผลิตไม่ได้ ซึ่งเป็นการใช้ที่มีงานวิจัยรองรับดี และมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก FDA แล้ว นี่คือการรักษาทางการแพทย์ที่แพทย์สั่งและติดตามผล ไม่ใช่การตัดสินใจกินอาหารเสริมเพื่อสุขภาพทั่วไปเองนะคะ
ช่วยลดอาการท้องอืดแน่นท้องหลังกินของมันๆ
นอกเหนือจากกรณีที่ตรวจพบว่าตับอ่อนมีปัญหาแล้ว ไลเปสแบบซื้อเองได้ตามร้านขายยาส่วนใหญ่จะขายเป็นส่วนหนึ่งของสูตรผสมเอนไซม์ย่อยอาหารรวมๆ อาหารเสริมไลเปสมักถูกใช้เพื่อลดอาการแก๊สในท้อง ท้องอืด และไม่สบายท้องหลังกินของมัน สำหรับคนทำงานที่ตารางแน่นทั้งวัน กินข้าวเที่ยงรีบๆ แบบสตรีทฟู้ด นี่แหละคือจุดที่หลายคนสนใจ เพราะอยากให้ตัวเองไม่อืดอึ้งหลังมื้อหนักๆ
อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ในการใช้แบบทั่วไปนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนพอ และเรื่องนี้ก็จริงสำหรับการช่วยย่อยอาหารโดยรวมด้วยเช่นกัน มันเป็นสิ่งที่ลองได้อยู่นะคะ แต่ไม่ได้การันตีว่าจะหายอืด และหลักฐานในเรื่องนี้ยังน้อยกว่ากรณีตับอ่อนขาดเอนไซม์จริงๆ มากนัก
อาจช่วยอาการอาหารไม่ย่อยได้บ้าง
ไลเปสเมื่อกินร่วมกับเอนไซม์ย่อยอาหารตัวอื่น อาจช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อย (dyspepsia) เช่น รู้สึกแน่นท้องเกินไปหลังกินข้าว อิ่มเร็วกว่าปกติ หรือปวดแสบร้อนบริเวณช่วงท้องด้านบน นี่ถือเป็นหนึ่งในการใช้งานที่มีงานวิจัยเจาะจงมากที่สุดของสูตรผสมไลเปสในคนที่สุขภาพแข็งแรงทั่วไป
แต่หลักฐานเรื่องนี้ก็ยังถูกเรียกว่า "ผลลัพธ์ไม่แน่นอน" มากกว่าจะสรุปได้ชัดเจน เพราะฉะนั้นควรมองว่าสูตรผสมไลเปสเป็นแค่หนึ่งในหลายตัวเลือก ควบคู่ไปกับการกินทีละน้อยๆ หรือกินช้าลง ไม่ใช่ทางแก้เดียวสำหรับอาการอาหารไม่ย่อยเรื้อรังนะคะ
ทำงานร่วมกับเอนไซม์ตับอ่อนตัวอื่น
ไลเปสไม่ค่อยทำงานเดี่ยวๆ หรอกค่ะ ผลิตภัณฑ์เอนไซม์ทดแทนตับอ่อนมักมีสารแพนครีไลเปส (pancrelipase) ซึ่งเป็นการผสมกันของเอนไซม์ย่อยอาหารสามตัวคือ ไลเปส โปรตีเอส และอะไมเลส ที่ทำงานร่วมกันช่วยย่อยไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตในอาหาร
การทำงานเป็นทีมแบบนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมอาหารเสริมที่เขียนแค่ว่า "เอนไซม์ย่อยอาหาร" เฉยๆ ถึงทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมกัน — ไลเปสย่อยไขมันในกะทิของแกงเขียวหวานหรือน้ำมันที่ทอดไก่ โปรตีเอสย่อยโปรตีนจากไก่ทอดหรือหมูปิ้ง ส่วนอะไมเลสก็ย่อยแป้งจากข้าวเหนียวหรือข้าวสวยนั่นเองค่ะ
การดูดซึมของไลเปสในร่างกาย
เรื่องยากของไลเปสไม่ใช่การเข้าสู่ร่างกาย แต่คือการ "รอดชีวิต" ผ่านเส้นทางเดินทางในร่างกายให้ถึงที่หมายนะคะ เมื่อกลืนเข้าไป แพนครีไลเปสจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แต่เอนไซม์จะถูกปล่อยและทำงานก็ต่อเมื่อไปถึงสภาพแวดล้อมที่เป็นเบส (alkaline) เท่านั้น ผลิตภัณฑ์บางชนิดจึงเคลือบสารกันกรดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกกรดในกระเพาะทำลายก่อนไปถึงที่หมาย
พูดง่ายๆ คือไลเปสทำงานเฉพาะที่ในลำไส้เล็กเท่านั้น ไม่ได้ไหลเวียนไปทั่วร่างกายแบบวิตามินนะคะ การเคลือบสารกันกรดแบบทนกรดจะปล่อยเอนไซม์ออกมาก็ต่อเมื่อผ่านสภาพความเป็นกรดสูงของกระเพาะไปแล้ว โดยมุ่งให้ไปออกฤทธิ์ที่ลำไส้เล็ก ซึ่งปกติแล้วจะยังทำงานอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังกินอาหาร
นี่คือเหตุผลที่ "เวลากิน" สำคัญกว่าอาหารเสริมชนิดอื่นๆ เพราะไลเปสต้องอยู่ในลำไส้พร้อมๆ กับไขมันที่เรากินเข้าไปในเวลาเดียวกัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์เอนไซม์เกือบทั้งหมดแนะนำให้กินคู่กับอาหาร ไม่ใช่กินตอนท้องว่างค่ะ
ปกติแล้วร่างกายเราผลิตไลเปสได้เก่งมากเลยนะคะถ้าตับอ่อนแข็งแรง ตับอ่อนที่แข็งแรงจะหลั่งไลเปสออกมาประมาณ 900,000 หน่วยต่อมื้ออาหารทั่วไป ซึ่งมากกว่าประสิทธิภาพของเอนไซม์จากอาหารเสริมส่วนใหญ่เสียอีก นี่ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมผลิตภัณฑ์เอนไซม์ทดแทนที่ใช้จริงในกรณีจำเป็น จึงต้องใช้ในขนาดที่สูงกว่าอาหารเสริมเพื่อสุขภาพทั่วไปมากนัก
ความปลอดภัยที่ควรรู้
สำหรับคนสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ที่กินอาหารเสริมไลเปสแบบซื้อเองได้ ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรงค่ะ ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ ปวดท้อง แก๊สในท้อง ท้องเสีย และคลื่นไส้
คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับอ่อน รวมถึงคนที่เคยเป็นตับอ่อนอักเสบมาก่อน ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ ก่อนกินไลเปส ควรบอกแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับตับอ่อน และยาทุกชนิดที่กินอยู่
ในกรณีที่ใช้ขนาดสูงระดับที่แพทย์สั่ง (ไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป) มีรายงานผลข้างเคียงที่รุนแรงแต่พบได้น้อยด้วยเช่นกัน ภาวะพังผืดในลำไส้ใหญ่ (fibrosing colonopathy) ซึ่งเกิดจากเนื้อเยื่อแผลเป็นสะสมในลำไส้ใหญ่ มีรายงานพบในผลิตภัณฑ์เอนไซม์ตับอ่อนขนาดสูงที่แพทย์สั่ง ส่วนใหญ่ในเด็กที่เป็นซิสติกไฟโบรซิสและใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แม้จะยังไม่มีรายงานในอาหารเสริมไลเปสทั่วไป แต่ก็ยังไม่สามารถตัดความเสี่ยงออกไปได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
อีกเรื่องที่ควรรู้คือปฏิกิริยากับยาสำหรับคนที่ต้องคุมระดับน้ำตาลในเลือด การใช้เอนไซม์ทดแทนตับอ่อนอาจลดประสิทธิภาพของยากลุ่มยับยั้งอัลฟากลูโคซิเดส (alpha-glucosidase inhibitors) ซึ่งเป็นยาเบาหวานกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นควรกินสองอย่างนี้ให้ห่างเวลากัน เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ต้องดูแลเบาหวานชนิดที่ 2 อยู่ และอาจสนใจลองอาหารเสริมเอนไซม์ย่อยอาหารด้วย
การดูดซึมธาตุเหล็กก็เป็นอีกเรื่องที่ควรระวัง แพนครีไลเปสอาจไปรบกวนการดูดซึมของอาหารเสริมธาตุเหล็ก ดังนั้นถ้ากินทั้งสองอย่างเป็นประจำ ควรติดตามระดับธาตุเหล็กในร่างกายด้วย เหมือนเดิมค่ะ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนกินอาหารเสริมร่วมกันหลายตัว โดยเฉพาะถ้ากำลังใช้ยาที่แพทย์สั่งอยู่แล้ว
แหล่งอาหารธรรมชาติที่มีไลเปส
เพราะไลเปสเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง มันจึงถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อนและกรดในกระเพาะ อาหารจึงไม่ได้ "ส่งไลเปสที่ใช้งานได้" ให้ร่างกายโดยตรงแบบที่วิตามินซีทำได้นะคะ แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่มีไลเปสตามธรรมชาติอยู่ หรือช่วยสนับสนุนกระบวนการย่อยไขมันของร่างกายเราเองได้ ถ้ากินในรูปแบบที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด:
- อะโวคาโดสุก ที่หลายร้านนำมาทำเมนูฟิวชันหรือสมูทตี้โบวล์
- นมหรือผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์หรือแปรรูปน้อย เช่น คีเฟอร์ และเนยแข็งจากนมดิบบางชนิด
- มะละกอ ผลไม้เช้าที่คนไทยคุ้นเคยกันดี
- อาหารหมัก เช่น เทมเป้ มิโซะ และนัตโตะ
- มะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในครัวไทยหลายเมนู
- น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์สกัดเย็น (extra virgin olive oil)
อาหารเหล่านี้ไม่สามารถทดแทนเอนไซม์ที่ตับอ่อนของเราผลิตเองได้นะคะ แต่การกินอาหารหลากหลายและลดอาหารแปรรูปสูงลง ก็ช่วยให้ระบบย่อยอาหารโดยรวมทำงานราบรื่นขึ้นได้ — เป็นเรื่องที่น่าจำไว้ครั้งหน้าที่จะสั่งข้าวขาหมูหรือหมูกระทะอีกรอบค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
สารอาหารอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สรุปส่งท้าย
ไลเปสทำหน้าที่สำคัญมากในการย่อยอาหารแบบเงียบๆ โดยเปลี่ยนไขมันในอาหารที่เรากินให้กลายเป็นสิ่งที่ร่างกายใช้ประโยชน์ได้จริง สำหรับคนส่วนใหญ่ ตับอ่อนของเราจัดการเรื่องนี้ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมเลยค่ะ
จุดที่อาหารเสริมไลเปสมีความสำคัญทางการแพทย์จริงๆ คือกรณีตับอ่อนทำงานบกพร่องที่ได้รับการวินิจฉัยแล้ว ซึ่งการใช้เอนไซม์ทดแทนต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อสุขภาพทั่วไป ส่วนเรื่องท้องอืดหลังกินของมันๆ ในชีวิตประจำวัน หลักฐานสำหรับสูตรผสมเอนไซม์แบบซื้อเองได้ก็มีอยู่จริง แต่ยังมีจำกัด — ลองได้แบบระมัดระวัง แต่ไม่ควรพึ่งพาทั้งหมดนะคะ
ถ้ากินของมันแล้วรู้สึกไม่สบายท้องอยู่เป็นประจำ หรือสังเกตว่าอุจจาระหรือน้ำหนักตัวเปลี่ยนไปโดยไม่มีสาเหตุ นั่นคือสัญญาณที่ควรไปพบแพทย์ ไม่ใช่แค่ไปเลือกซื้ออาหารเสริมเองนะคะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือการใช้อาหารเสริมใดๆ ค่ะ
References
- NIH NCBI Bookshelf (StatPearls)
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK537346/ - WebMD
https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-203/lipase - MedlinePlus
https://medlineplus.gov/lab-tests/lipase-tests/ - Cleveland Clinic
https://my.clevelandclinic.org/health/diagnostics/lipase-blood-test - Medical News Today
https://www.medicalnewstoday.com/articles/pancreatic-enzyme-replacement-therapy-for-exocrine-pancreatic-insufficiency - PubMed Central (NIH)
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4923703/