🎁 Join free & get 20% off as a member SingaporeOther Countries

เอลเดอร์เบอร์รี่: ตัวช่วยธรรมชาติช่วงหวัด-ไข้หวัดใหญ่

Published: 2026-09-04·เขียนโดยทีมบรรณาธิการ My Health N Wellness
เอลเดอร์เบอร์รี่ภูมิคุ้มกันหวัดไข้หวัดใหญ่สมุนไพรเสริมสุขภาพ
⏱️ อ่าน 5 นาที • อ้างอิงจากงานวิจัย

เอลเดอร์เบอร์รี่: ตัวช่วยธรรมชาติช่วงหวัด-ไข้หวัดใหญ่

คัดจมูกมาสามวันแล้วเพราะแอร์ออฟฟิศเย็นจัด เพื่อนร่วมงานยื่นน้ำเอลเดอร์เบอร์รี่ไซรัปอุ่นๆ ผสมชามาให้ดื่ม แล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่มันช่วยได้จริงหรือแค่ของโบราณที่สีสวยเฉยๆ นะ

เอลเดอร์เบอร์รี่คืออะไร

เอลเดอร์เบอร์รี่คือผลไม้สีม่วงเข้มลูกเล็กๆ จากต้นเอลเดอร์ ส่วนใหญ่ที่เจอตามชั้นวางผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจะเป็นสายพันธุ์ยุโรปที่ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sambucus nigra ผลของมันขึ้นเป็นพวงและถูกใช้เป็นยาพื้นบ้านรักษาหวัดกับไข้หวัดใหญ่มาหลายชั่วอายุคนในยุโรป อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันตก และแอฟริกาเหนือ

ส่วนที่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้คือ ผลสดๆ ที่ห้อยอยู่บนต้นนั้นกินดิบๆ ไม่ได้เลยนะ เอลเดอร์เบอร์รี่จะกลายเป็นไซรัปสีเข้ม เยลลี่ หรือสารสกัดที่วางขายตามร้านขายยาได้ ก็ต่อเมื่อผลสุกเต็มที่แล้วผ่านการปรุงให้สุกอย่างถูกวิธีเท่านั้น

ทำไมคนถึงกินเอลเดอร์เบอร์รี่

ช่วยบรรเทาอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่

นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้เอลเดอร์เบอร์รี่ไปโผล่อยู่ตามชั้นอาหารเสริมทั่วไป งานวิจัยทางคลินิกบางชิ้นพบว่า เอลเดอร์เบอร์รี่อาจช่วยบรรเทาอาการหวัดและไข้หวัดใหญ่ และช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น แม้จะไม่ได้ช่วยลดโอกาสที่จะเป็นหวัดตั้งแต่แรก พูดง่ายๆ คือมันไม่ใช่เกราะป้องกัน แต่เป็นตัวช่วยบรรเทาความทรมานตอนที่จามน้ำมูกไหลไปแล้วมากกว่า

ช่วยพยุงร่างกายตอนภูมิคุ้มกันอ่อนล้า

สำหรับคนทำงานที่ประชุมยาวติดกันทั้งวันแล้วนอนน้อย เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไมถึงสนใจ หน่วยงานด้านสุขภาพระบุว่า เอลเดอร์เบอร์รี่อาจช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับไวรัสและเชื้อโรคอื่นๆ ลดการอักเสบ และเสริมความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกัน ส่วนใหญ่มาจากสารพฤกษเคมีที่มีอยู่ในผล อย่างไรก็ตาม งานวิเคราะห์แบบเป็นระบบในปี 2021 สรุปว่าไม่มีหลักฐานว่ามันจะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันมากเกินไป แต่หลักฐานเรื่องประโยชน์โดยรวมยังไม่ชัดเจนพอ ต้องมีงานวิจัยใหม่ๆ มาสนับสนุนอีกก่อนจะสรุปได้แน่ชัด

ช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบ

สีม่วงเข้มโดดเด่นของเอลเดอร์เบอร์รี่มาจากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารสีจากพืชที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ทั้งผลและดอกของเอลเดอร์เบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินที่อาจช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ลดความเครียด และช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ สารต้านอนุมูลอิสระทำงานโดยกำจัดโมเลกุลที่ไม่เสถียรในร่างกายที่เรียกว่าอนุมูลอิสระ ซึ่งสะสมจากความเครียดในชีวิตประจำวัน มลพิษ หรือแม้แต่ข้าวผัดจานโตที่กินตอนดึก การควบคุมสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในระดับที่พอดี เชื่อว่าจะช่วยให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรงในระยะยาว

สมุนไพรที่ใช้กันมานานในประวัติศาสตร์

ก่อนที่จะมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เสียอีก ชุมชนต่างๆ ในยุโรปและกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันก็ใช้เอลเดอร์เบอร์รี่กันมานานแล้ว เอลเดอร์เบอร์รี่ถูกใช้ในการแพทย์พื้นบ้านเพื่อรักษาหวัดและไข้หวัดใหญ่ และถูกส่งเสริมให้เป็นอาหารเสริมสำหรับหวัด ไข้หวัดใหญ่ และอาการอื่นๆ ประวัติการใช้ที่ยาวนานนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มันยังเป็นที่นิยมอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้นักวิจัยจะยังพยายามหาคำตอบว่าความเชื่อแบบโบราณนี้ตรงกับหลักวิทยาศาสตร์แค่ไหน

ร่างกายดูดซึมได้แค่ไหน

ผลิตภัณฑ์เอลเดอร์เบอร์รี่ไม่ได้ให้ประโยชน์เท่ากันหมดทุกชนิดนะ ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายจะดึงเอาสารดีๆ ไปใช้ได้มากแค่ไหน วิธีแปรรูปมีผลต่อปริมาณสารพฤกษเคมีที่ยังเหลืออยู่ — งานวิเคราะห์ชิ้นหนึ่งพบว่า ระดับสารฟีนอลิกลดลงไปตามลำดับ ตั้งแต่ผลสดไปจนถึงเหล้าเอลเดอร์เบอร์รี่ แยม ชา และน้ำผลไม้ หมายความว่าผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปมากๆ อาจให้สารต้านอนุมูลอิสระน้อยกว่าไซรัปที่ทำอย่างดีหรือสารสกัดมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมักมีความเข้มข้นสูงกว่าที่ทำกินเองที่บ้าน ศูนย์การแพทย์แบบผสมผสานแห่งหนึ่งบอกไว้ว่า สมุนไพรในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีความเข้มข้นสูงกว่าสมุนไพรที่ใช้ปรุงอาหาร และอาจตีกับยาบางชนิดได้ เป็นข้อเตือนใจดีๆ ว่าสารสกัดในขวดกับแยมโฮมเมดที่ตักกินกับขนมปังนั้นไม่เหมือนกันเลยนะ

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องรู้

กฎความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของเอลเดอร์เบอร์รี่ไม่เกี่ยวกับอาการแพ้หรือยาตีกันเลย แต่เกี่ยวกับว่าเรากินส่วนไหนของต้น และอยู่ในสภาพแบบไหน ผลดิบหรือผลที่ยังไม่สุก รวมถึงส่วนอื่นๆ ของต้นเอลเดอร์ เช่น ใบและลำต้น มีสารพิษที่ปล่อยไซยาไนด์ ซึ่งอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงรุนแรงได้ การปรุงให้สุกจะช่วยกำจัดสารพิษนี้ไปได้ ทางที่ดีควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการผลิตอย่างถูกต้องจากโรงงาน ไม่ควรไปเก็บผลสดมาต้มกินเองที่บ้าน เว้นแต่จะรู้จริงว่าต้องทำยังไง

นอกจากนี้ แม้เอลเดอร์เบอร์รี่ในรูปแบบที่ปรุงสุกแล้วและปลอดภัยก็ยังไม่ใช่ว่าไม่มีความเสี่ยงเลย มีคำแนะนำด้านสุขภาพที่ระบุว่า สารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกันระยะยาว เช่น ยาสเตียรอยด์ เพราะอาจไปรบกวนการทำงานของยาเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ เอลเดอร์เบอร์รี่ อาจส่งผลต่อระดับอินซูลินและน้ำตาลในเลือด และยังมีข้อมูลจากแหล่งอื่นระบุว่ามันอาจออกฤทธิ์ขับปัสสาวะเล็กน้อย และอาจเสริมฤทธิ์กับยาที่ทำให้ปัสสาวะบ่อยหรือยาระบายได้ด้วย

ถ้าใครกินยาควบคุมเบาหวาน โรคภูมิต้านตนเอง หรือยาขับของเหลวเป็นประจำ หรือกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมลูกอยู่ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเริ่มกินเอลเดอร์เบอร์รี่นะคะ เพราะแนวทางที่เป็นทางการระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะบอกได้ว่าการใช้เอลเดอร์เบอร์รี่ปลอดภัยหรือไม่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ลองถามตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีหรือตอนไปหาหมอที่คลินิกใกล้บ้านก็ได้ กรมอนามัยเองก็แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มอาหารเสริมชนิดใหม่ๆ เสมอ

หาซื้อเอลเดอร์เบอร์รี่ได้จากไหน

อย่าคาดหวังว่าจะเจอผลเอลเดอร์เบอร์รี่สดๆ ตามตลาดสดหรือซูเปอร์มาร์เกตแบบที่เจอบลูเบอร์รี่นะ เพราะต้นเอลเดอร์ไม่ใช่พืชพื้นเมืองของแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คนไทยส่วนใหญ่จะเจอเอลเดอร์เบอร์รี่ในรูปแบบเหล่านี้แทน:

  • ไซรัปเอลเดอร์เบอร์รี่ นิยมผสมกับน้ำอุ่นหรือชา
  • กัมมี่และเม็ดเคี้ยวเอลเดอร์เบอร์รี่ วางขายตามร้านขายยาคู่กับวิตามินซีและสังกะสี
  • ยาอมเอลเดอร์เบอร์รี่ สำหรับอาการเจ็บคอและหวัด
  • แคปซูลสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รี่ ที่มักผ่านการควบคุมความเข้มข้นให้สม่ำเสมอ
  • น้ำเชื่อมดอกเอลเดอร์ ซึ่งอ่อนกว่าและเข้มข้นน้อยกว่า เพราะทำจากดอกไม่ใช่ผล

เพราะเอลเดอร์เบอร์รี่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารไทยเหมือนขิงหรือขมิ้น คนส่วนใหญ่ในบ้านเราจะรู้จักมันในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ซื้อจากร้าน มากกว่าจะเป็นสูตรยาแผนโบราณที่ตกทอดกันมาในครอบครัว นี่แหละคือเหตุผลที่ควรอ่านฉลากให้ละเอียด ดูให้แน่ใจว่าเป็นผลสุกที่ผ่านการปรุงแล้ว และเช็กส่วนผสมอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์ให้ดีก่อนซื้อ

สารอาหารที่น่าสนใจเพิ่มเติม

สรุปแบบเข้าใจง่าย

เอลเดอร์เบอร์รี่อยู่ในตำแหน่งที่น่าสนใจนะ มันมีประวัติการใช้แบบพื้นบ้านมานานหลายร้อยปี มีงานวิจัยทางคลินิกขนาดเล็กบางชิ้นบอกว่าอาจช่วยให้อาการหวัดและไข้หวัดใหญ่หายเร็วขึ้น แต่ก็มีข้อควรระวังด้านความปลอดภัยจริงๆ หากผลไม่สุกเต็มที่หรือไม่ได้ผ่านการปรุงอย่างถูกวิธี มันไม่ใช่ยาครอบจักรวาล และหลักฐานปัจจุบันก็ยังไม่ได้บอกว่ามันช่วยป้องกันไม่ให้เป็นหวัดได้ตั้งแต่แรก แต่ถ้าเลือกผลิตภัณฑ์ที่มาจากแหล่งน่าเชื่อถือและผ่านการปรุงอย่างถูกต้อง ก็ถือเป็นตัวช่วยที่เหมาะสมสำหรับคนสุขภาพดีทั่วไปในช่วงหวัดๆ ไข้ๆ ที่มาเยือนได้ตลอดทั้งปีในเมืองไทย โดยควรปรึกษาเภสัชกรก่อนถ้าใครกำลังกินยาชนิดอื่นอยู่

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือเริ่มกินอาหารเสริมใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

References

  1. NIH NCCIH
    https://www.nccih.nih.gov/health/elderberry
  2. NIH Office of Dietary Supplements
    https://ods.od.nih.gov/factsheets/ImmuneFunction-Consumer/
  3. Medical News Today
    https://www.medicalnewstoday.com/articles/323288
  4. HealthHub Singapore 🇸🇬 SG
    https://www.healthhub.sg/health-conditions/common-cold
  5. PubMed Central
    https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8026097/
  6. WebMD
    https://www.webmd.com/diet/elderberry-health-benefits