คาโมมายล์: สมุนไพรผ่อนคลายที่ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
คาโมมายล์: สมุนไพรผ่อนคลายที่ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
สี่ทุ่มกว่าแล้ว เพิ่งตอบไลน์งานเสร็จ แต่สมองก็ยังไม่หยุดคิดเลยใช่ไหมคะ แทนที่จะชงกาแฟหรือชาไทยอีกแก้ว หลายคนเลือกหันไปพึ่งเครื่องดื่มอุ่น ๆ ไม่มีคาเฟอีนอย่างชาคาโมมายล์แทน แต่ดอกไม้หน้าตาคล้ายเดซี่นี้ช่วยให้เราผ่อนคลายได้จริงหรือ หรือแค่เป็นพิธีกรรมก่อนนอนที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจเฉย ๆ
คาโมมายล์คืออะไร
คาโมมายล์เป็นดอกไม้เล็ก ๆ หน้าตาคล้ายดอกเดซี่ อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกทานตะวัน ต้นแร็กวีด และดอกดาวเรือง คาโมมายล์ที่ใช้เพื่อสุขภาพหลัก ๆ มีสองสายพันธุ์ คือคาโมมายล์เยอรมัน (Matricaria chamomilla หรือ Matricaria recutita) และคาโมมายล์โรมัน (Chamaemelum nobile) ทั้งที่จริงคาโมมายล์มีหลายสายพันธุ์ แต่มีเพียง 2 สายพันธุ์นี้เท่านั้นที่นำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันจริง ๆ
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ คาโมมายล์คือชาซองแห้ง ๆ ที่วางอยู่บนชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต ข้าง ๆ ชาเขียวกับชามินต์นั่นแหละค่ะ จริง ๆ แล้วคาโมมายล์ มินต์ และชาสมุนไพรอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาจากต้นชา (Camellia sinensis) จะไม่ถูกจัดว่าเป็น "ชาแท้" แต่เรียกว่าเครื่องดื่มสมุนไพรหรือชาชง นอกจากรูปแบบชาแล้ว คาโมมายล์ยังมีแบบแคปซูล สารสกัดน้ำ และครีมทาผิวด้วย โดยดอกคาโมมายล์จะถูกนำไปตากแห้งแล้วชงเป็นชา บรรจุแคปซูล ทาผิวในรูปสารสกัด หรือใช้เป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อสูดดมก็ได้
คนกินคาโมมายล์เพื่ออะไรบ้าง
ผ่อนคลายก่อนนอน
นี่คือสรรพคุณที่คาโมมายล์ขึ้นชื่อที่สุด ดื่มอุ่น ๆ สักแก้วหลังมื้อเย็น แทนของหวานหนัก ๆ หรือกาแฟอีกแก้ว คาโมมายล์ถูกใช้เป็นตัวช่วยกล่อมประสาทแบบเบา ๆ เพื่อให้นอนหลับดีขึ้น หลายคนลองดื่มชาคาโมมายล์เพื่อช่วยเรื่องนอนหลับยาก หลับไม่สนิท เครียด วิตกกังวล หรือแม้แต่อารมณ์ซึมเศร้า มีงานวิจัยรวบรวมผลการทดลองหลายชิ้นพบว่าคาโมมายล์ช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น โดยเฉพาะช่วยลดจำนวนครั้งที่ตื่นกลางดึกหรือหลับไม่ต่อเนื่อง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าช่วยให้นอนได้นานขึ้นหรือทำให้ตื่นมาสดชื่นกว่าเดิมหรือไม่ หน่วยงานด้านสุขภาพก็ระมัดระวังไม่พูดเกินจริงนะคะ เพราะข้อมูลเรื่องคาโมมายล์กับอาการนอนไม่หลับเรื้อรังโดยเฉพาะยังมีน้อยมาก และงานวิจัยปี 2019 ที่ทบทวนเรื่องนี้ก็พบเพียงงานศึกษาเดียวเกี่ยวกับอาการนอนไม่หลับ ซึ่งผลออกมาว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย พูดง่าย ๆ คือคาโมมายล์อาจช่วยให้ใจสงบลง แต่ไม่ใช่ยารักษาโรคนอนไม่หลับจริง ๆ
ลดความเครียดจากชีวิตประจำวัน
สำหรับความเครียดเบา ๆ ที่สะสมมาทั้งสัปดาห์การทำงาน คาโมมายล์มีงานวิจัยที่ค่อนข้างน่าสนใจรองรับ แม้จะยังเป็นข้อมูลช่วงต้นก็ตาม มีข้อมูลจำกัดที่บอกว่าการใช้คาโมมายล์ในระยะสั้นค่อนข้างปลอดภัยและอาจช่วยลดอาการวิตกกังวลได้ แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกได้หากใช้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด โดยเฉพาะถ้าใช้ในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างในปี 2016 กับผู้เข้าร่วม 179 คนที่มีอาการวิตกกังวลทั่วไประดับปานกลางถึงรุนแรง พบว่าสารสกัดคาโมมายล์ช่วยลดอาการวิตกกังวลได้อย่างมีนัยสำคัญภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าคาโมมายล์เป็นยารักษาโรควิตกกังวลที่แพทย์วินิจฉัยนะคะ แต่ก็พออธิบายได้ว่าทำไมหลายคนถึงหันมาพึ่งมันในช่วงสอบหรือช่วงงานยุ่งสุด ๆ
ช่วยเรื่องท้องอืดท้องเฟ้อ
ก่อนที่คาโมมายล์จะกลายเป็นเครื่องดื่มก่อนนอน มันถูกใช้เป็นยาช่วยย่อยมาก่อน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนยังแนะนำให้ดื่มหลังกินอาหารหนัก ๆ คนมักดื่มคาโมมายล์เพื่อบรรเทาอาการทางระบบย่อยอาหาร เช่น ท้องเสีย อาการกรดไหลย้อน (GERD) และอาหารไม่ย่อย หลังจากกินส้มตำจานใหญ่หรือข้าวเหนียวมันแล้วรู้สึกอืดแน่นท้อง ชาคาโมมายล์อุ่น ๆ ไม่ใส่น้ำตาลมักจะสบายท้องกว่าเครื่องดื่มหวาน ๆ อีกแก้ว แต่ก็เป็นแค่ตัวช่วยบรรเทา ไม่ใช่วิธีรักษาอาการย่อยอาหารที่เป็นเรื้อรังนะคะ
ช่วยผิวที่ระคายเคือง
เมื่อใช้ทาผิวแทนการดื่ม คาโมมายล์ก็มีประวัติยาวนานในฐานะตัวช่วยลดการระคายเคือง หลายคนใช้ผ้าชุบสารสกัดคาโมมายล์ประคบเพื่อบรรเทาผิวที่ระคายเคือง เช่น ผื่นแพ้ ผื่นจากพืชมีพิษ ผื่นผ้าอ้อมในเด็ก และอีสุกอีใส งานวิจัยช่วงต้นบางชิ้นถึงกับเทียบว่าคาโมมายล์อาจมีประสิทธิภาพประมาณ 60% เมื่อเทียบกับครีมไฮโดรคอร์ติโซนในบางขนาดสำหรับรักษาผื่นแพ้ ถึงจะเป็นผลลัพธ์ที่ไม่มากนัก แต่ก็อธิบายได้ว่าทำไมคาโมมายล์ถึงอยู่ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและของใช้เด็กอ่อนโยนหลายแบรนด์
ร่างกายดูดซึมคาโมมายล์อย่างไร
สรรพคุณผ่อนคลายของคาโมมายล์ส่วนใหญ่ถูกยกให้เป็นผลของสารฟลาโวนอยด์ตัวหนึ่งชื่อ apigenin ร่วมกับสารกลุ่มเทอร์พีนอยด์อย่างบิซาโบลอลและชามาซูลีนที่พบในน้ำมันหอมระเหยของมัน คาโมมายล์มีสารออกฤทธิ์หลากหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์อย่าง apigenin, luteolin และ quercetin รวมถึงเทอร์พีนอยด์อย่างชามาซูลีน บิซาโบลอล และบิซาโบลอลออกไซด์ ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ที่น่าสนใจคือแม้แต่นักวิจัยเองก็ยังไม่แน่ใจ 100% ว่าสารตัวไหนคือพระเอกตัวจริง นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสารชนิดใดในคาโมมายล์ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และก็เป็นไปได้ว่าแค่การได้ดื่มน้ำอุ่น ๆ ก็ช่วยให้รู้สึกสงบขึ้นได้เองอยู่แล้ว
วิธีที่เรากินคาโมมายล์ก็มีผลอยู่บ้างนะคะ น้ำร้อนช่วยดึงสารฟลาโวนอยด์ที่ละลายน้ำได้ออกมาจากดอกแห้งตอนชง นี่คือเหตุผลที่ชาเป็นรูปแบบที่คนนิยมและมีงานวิจัยรองรับมากที่สุด ส่วนแคปซูลหรือสารสกัดมาตรฐานจะมีสารเหล่านี้เข้มข้นกว่า ซึ่งก็เป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งฤทธิ์และความเสี่ยงในการตีกับยาอื่นจะสูงกว่าการดื่มชาแก้วเดียว
เรื่องความปลอดภัยที่ควรรู้
สำหรับคนสุขภาพดีที่ดื่มแค่วันละแก้วสองแก้ว คาโมมายล์ถือว่าค่อนข้างเบาและปลอดภัย คาโมมายล์มีแนวโน้มปลอดภัยเมื่อกินในปริมาณที่พบได้ทั่วไปในชาหรืออาหาร สิ่งที่ต้องระวังจริง ๆ คือเรื่องอาการแพ้และการตีกับยา มากกว่าตัวชาเองค่ะ
ถ้าใครแพ้ต้นแร็กวีด ดอกเดซี่ ดอกดาวเรือง หรือดอกเบญจมาศ ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะคนที่แพ้พืชกลุ่มนี้มีโอกาสแพ้คาโมมายล์ได้มากขึ้นเช่นกัน ส่วนใหญ่อาการแพ้จะไม่รุนแรง แต่ก็มีบางรายที่อาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัว หรือแพ้รุนแรงถึงขั้นแพ้แบบเฉียบพลัน (anaphylaxis) ได้เหมือนกัน แม้จะพบได้ไม่บ่อยก็ตาม
คาโมมายล์ยังอาจตีกับยาบางชนิดได้ด้วยนะคะ มีรายงานว่าคาโมมายล์ตีกับยาบางตัวที่ถูกเผาผลาญที่ตับ และตีกับยาวาร์ฟาริน (ยาละลายลิ่มเลือด) นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ทางทฤษฎีว่าคาโมมายล์อาจตีกับยาอื่น ๆ เช่นยาคลายเครียดหรือยานอนหลับได้อีกด้วย และอาจไปรบกวนยาที่เกี่ยวกับฮอร์โมนบางชนิด เช่น คาโมมายล์อาจไปเสริมฤทธิ์ยาละลายลิ่มเลือดและยากล่อมประสาทให้แรงขึ้น หรือไปลดประสิทธิภาพของยาทาม็อกซิเฟน ฮอร์โมนทดแทน และยาคุมกำเนิดชนิดที่มีเอสโตรเจน ถ้าใครกินยาประจำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยาคุม ยาละลายลิ่มเลือด หรือยานอนหลับ ควรลองปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์สักนิดก่อนจะดื่มชาคาโมมายล์เป็นประจำทุกวันนะคะ ส่วนคุณแม่ที่ท้องอยู่หรือกำลังให้นมบุตร รวมถึงพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเล็กกินก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเช่นกัน เพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอว่าคาโมมายล์ปลอดภัยสำหรับช่วงเวลานั้นแค่ไหน
แหล่งที่พบคาโมมายล์ตามธรรมชาติ
คาโมมายล์ไม่ใช่ของกินที่จะเจอในตู้กับข้าวคนไทยทั่วไป ส่วนใหญ่เราจะกินในรูปแบบเครื่องดื่มชงมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร วิธีที่คนนิยมกินคาโมมายล์มีดังนี้ค่ะ
- ดอกคาโมมายล์แห้งหรือชาซอง ชงกับน้ำร้อนเป็นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน
- ดอกคาโมมายล์แบบผสมในชาเบลนด์ บางครั้งผสมตะไคร้หรือน้ำผึ้งเพิ่มความหอม
- แคปซูลคาโมมายล์หรือสารสกัดมาตรฐาน ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- น้ำมันหอมระเหยคาโมมายล์ ใช้กับเครื่องพ่นไอน้ำ หรือเจือจางแล้วทาผิว
- ครีม โลชั่น และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ผสมคาโมมายล์
- ใช้แต่งกลิ่นในขนมอบ แยม และไอศกรีมบางชนิด
บทความที่เกี่ยวข้อง
สารอาหารอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
สรุปแบบเข้าใจง่าย
คาโมมายล์ไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาอาการนอนไม่หลับหรือวิตกกังวลให้หายขาดได้ แต่ก็มีหลักฐานพอสมควรว่ามันเป็นตัวช่วยผ่อนคลายที่อ่อนโยนและความเสี่ยงต่ำ เทียบกับการดื่มเครื่องดื่มหวาน ๆ อีกแก้ว หรือไถโทรศัพท์ต่อหลังเลิกงานหรือหลังไปกินสตรีทฟู้ดมาทั้งวัน ในยุคที่ตารางชีวิตคนไทยแน่นเอี้ยด ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนจริง ๆ จัง ๆ พิธีกรรมเล็ก ๆ อย่างการดื่มชาคาโมมายล์ที่ไม่มีคาเฟอีนก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราผ่อนคลายก่อนนอนได้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการนอนให้เป็นเวลาและการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตามที่กรมอนามัยแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมนั่นแหละค่ะ แต่อย่าลืมระวังเรื่องอาการแพ้และการตีกับยาด้วยนะ และถ้าใครท้องอยู่ ให้นมบุตร หรือกินยาประจำ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอค่ะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนปรับเปลี่ยนอาหารหรือการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด ๆ นะคะ
References
- NIH NCCIH
https://www.nccih.nih.gov/health/chamomile - Mayo Clinic
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/generalized-anxiety-disorder/expert-answers/herbal-treatment-for-anxiety/faq-20057945 - PubMed Central (NIH)
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9822300/ - HealthHub Singapore 🇸🇬 SG
https://www.healthhub.sg/well-being-and-lifestyle/food-diet-and-nutrition/eat-right-sleep-tight - Harvard Health Publishing
https://www.health.harvard.edu/nutrition/the-health-benefits-of-3-herbal-teas - ScienceDirect
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0965229924000591