🎁 Join free & get 20% off as a member SingaporeOther Countries

CoQ10 คืออะไร สารต้านอนุมูลอิสระเพื่อหัวใจและพลังงาน

Published: 2026-08-31·เขียนโดยทีมบรรณาธิการ My Health N Wellness
CoQ10สุขภาพหัวใจสารต้านอนุมูลอิสระผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
⏱️ อ่าน 5 นาที • อ้างอิงจากงานวิจัย

โคเอนไซม์คิวเทน (CoQ10): สารต้านอนุมูลอิสระตัวเก่งเพื่อหัวใจและพลังงาน

เคยรู้สึกไหมคะว่าถึงจะนอนเต็มอิ่มแค่ไหน พอบ่ายสามโมงก็หมดแรงจนอยากงีบทันที หรือเคยได้ยินหมอพูดถึงคำว่า "CoQ10" ตอนปรับยาลดคอเลสเตอรอลให้ไหม ถ้าเคย บอกเลยว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวนะคะ สารตัวนี้กำลังเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ดูแลสุขภาพหัวใจหรือกินยาลดไขมันกลุ่มสแตติน

โคเอนไซม์คิวเทนคืออะไรกันแน่

โคเอนไซม์คิวเทน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า CoQ10 เป็นสารที่ร่างกายเราสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ พบได้แทบทุกเซลล์ในร่างกาย ลองนึกภาพว่ามันเป็นเหมือน "หัวเทียน" ที่จุดประกายให้โรงไฟฟ้าเล็กๆ ในเซลล์ (ที่เรียกว่าไมโทคอนเดรีย) ทำงาน ช่วยเปลี่ยนอาหารที่เรากินให้กลายเป็นพลังงานที่ร่างกายใช้ได้จริง

โคเอนไซม์คิวเทน (CoQ10) เป็นสารที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยพบมากที่สุดในหัวใจ ตับ ไต และตับอ่อน ร่างกายเราผลิต CoQ10 ส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ได้เอง และได้รับเพิ่มอีกเล็กน้อยจากอาหารที่กิน

นอกจากช่วยสร้างพลังงานแล้ว CoQ10 ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยจัดการกับโมเลกุลที่ไม่เสถียรอย่าง "อนุมูลอิสระ" ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ จะไปทำลายเซลล์ในร่างกายได้ บทบาทสองด้านนี้ ทั้งสร้างพลังงานและปกป้องเซลล์ เป็นเหตุผลที่นักวิจัยสนใจศึกษา CoQ10 เกี่ยวกับโรคหัวใจ ไมเกรน และความเสื่อมตามวัย

แต่มีจุดที่ต้องรู้ไว้นะคะ ระดับ CoQ10 ในร่างกายเราจะค่อยๆ ลดลงตามอายุที่มากขึ้น และยาบางชนิด โดยเฉพาะยาลดคอเลสเตอรอลกลุ่มสแตติน ก็ยิ่งทำให้ระดับนี้ลดลงไปอีก เพราะร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลและ CoQ10 ผ่านกระบวนการทางเคมีที่คล้ายคลึงกันบางขั้นตอน

ทำไมคนถึงหันมากิน CoQ10 กัน

ดูแลสุขภาพหัวใจ

นี่คือประโยชน์ที่คนรู้จักกันมากที่สุดของ CoQ10 เพราะหัวใจของเราทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ต้องใช้พลังงานระดับเซลล์มหาศาล จึงไม่แปลกที่หัวใจจะมี CoQ10 สะสมอยู่มากเป็นพิเศษตามธรรมชาติ มีหลักฐานว่า CoQ10 อาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนบางอย่างจากการผ่าตัดหัวใจ และมีงานวิจัยบางชิ้นที่บอกว่ามันอาจใช้เสริมควบคู่กับการรักษามาตรฐานสำหรับผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวได้ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่บอกว่ามันช่วยป้องกันโรคหัวใจได้โดยตรงยังไม่ชัดเจนพอ จึงควรมองว่าเป็นตัวช่วยเสริม ไม่ใช่การรักษาหลัก และอย่าลืมว่าการตรวจคัดกรองโรคหัวใจเป็นประจำตามที่กรมอนามัยแนะนำก็ยังสำคัญเสมอนะคะ

ช่วยลดความถี่ของไมเกรน

ถ้าใครเป็นคนปวดหัวบ่อยๆ เรื่องนี้น่าสนใจค่ะ งานวิเคราะห์งานวิจัยอย่างเป็นระบบในปี 2021 ที่รวบรวมข้อมูลจาก 6 การศึกษา (ผู้เข้าร่วมทั้งหมด 371 คน) เปรียบเทียบการกิน CoQ10 กับยาหลอก พบว่า CoQ10 อาจช่วยลดระยะเวลาและความถี่ของอาการไมเกรนได้ แต่ไม่ได้ช่วยลดความรุนแรงของอาการ ผลลัพธ์ที่พบยังไม่มากนัก และงานวิจัยในเรื่องนี้ก็ยังมีจำนวนไม่เยอะ ดังนั้นให้มองว่านี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการดูแลไมเกรนโดยรวม ไม่ใช่ทางออกที่รับประกันผลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อจากยาสแตติน

ถ้าตัวคุณเองหรือคนในครอบครัวกินยาสแตตินเพื่อลดคอเลสเตอรอลอยู่ เรื่องนี้ควรรู้ไว้ค่ะ ยาสแตตินทำงานโดยไปยับยั้งกระบวนการหนึ่งในร่างกาย ซึ่งบังเอิญเป็นกระบวนการเดียวกับที่ใช้ผลิต CoQ10 ด้วย ทำให้ การใช้ยาลดคอเลสเตอรอลกลุ่มสแตตินอาจทำให้ระดับ CoQ10 ในเลือดลดลง นักวิจัยบางกลุ่มเชื่อว่าการลดลงนี้อาจมีส่วนทำให้บางคนมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขณะกินยาสแตติน แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานว่าเรื่องนี้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงในผู้ป่วยที่กินยาสแตตินโดยรวมก็ตาม เรื่องนี้วงการวิทยาศาสตร์ยังศึกษากันต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าสงสัยควรคุยกับหมอที่ดูแลคุณโดยตรงดีกว่านะคะ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ฟันธงได้แล้ว

ช่วยเรื่องภาวะเจริญพันธุ์เมื่อคุณภาพไข่และอสุจิลดลงตามวัย

ภาวะเครียดออกซิเดชัน หรือความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ เชื่อว่ามีส่วนทำให้คุณภาพไข่และอสุจิลดลงเมื่ออายุมากขึ้น เพราะ CoQ10 ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในเซลล์สืบพันธุ์ นักวิจัยบางกลุ่มจึงศึกษาว่าการกิน CoQ10 เสริมอาจช่วยปกป้องคุณภาพไข่ในผู้หญิง และช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวกับความเข้มข้นของอสุจิในผู้ชายได้หรือไม่ ผลที่ออกมาดูมีแนวโน้มดี แต่ยังอยู่ในขั้นต้นของการศึกษา ยังไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันได้แน่นอน

ร่างกายดูดซึม CoQ10 ได้ดีแค่ไหน

CoQ10 เป็นสารที่ละลายในไขมัน ไม่ใช่ในน้ำ แถมโมเลกุลของมันยังค่อนข้างใหญ่ ทำให้ละลายในของเหลวในระบบทางเดินอาหารได้ไม่ง่ายนัก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายถึงดูดซึม CoQ10 ได้ยากกว่าสารอาหารตัวเล็กๆ ทั่วไป

ด้วยเหตุนี้ CoQ10 มักจะถูกดูดซึมได้ดีขึ้นเมื่อกินพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันอยู่บ้าง หลักการเดียวกับการกินวิตามินดีหรือวิตามินอีคู่กับอาหารนั่นแหละค่ะ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องไปสั่งข้าวผัดน้ำมันเยิ้มๆ หรือของทอดตามร้านข้างทางเพิ่มเพื่อช่วยดูดซึมนะคะ แค่กินมื้ออาหารปกติที่มีไขมันดีอยู่บ้าง เช่น ปลา ถั่วต่างๆ หรือน้ำมันที่ใช้ผัดข้าวมื้อเที่ยง ก็เพียงพอแล้ว

บนฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คุณอาจเจอ CoQ10 สองรูปแบบ คือ ยูบิควิโนน (รูปแบบออกซิไดซ์) และยูบิควินอล (รูปแบบรีดิวซ์ที่พร้อมใช้งาน) ทั้งสองแบบร่างกายนำไปใช้ได้เหมือนกัน และผู้ผลิตหลายรายก็พยายามคิดค้นสูตรต่างๆ เช่น แคปซูลนิ่มแบบผสมน้ำมัน เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้มากขึ้น

ความปลอดภัยที่ควรรู้

ยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงร้ายแรงจากการกิน CoQ10 ในผู้ใหญ่ที่สุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ แต่อาจพบผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น นอนไม่หลับ หรือระบบย่อยอาหารปั่นป่วน บางคนอาจรู้สึกเบื่ออาหารเล็กน้อยหรือท้องไม่สบายร่วมด้วย

สิ่งที่ควรระวังมากกว่าคือการตีกันกับยาอื่นๆ ค่ะ CoQ10 อาจมีปฏิกิริยากับยาวาร์ฟาริน (ยาต้านการแข็งตัวของเลือด) และยาอินซูลินสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาเหล่านั้น ถ้าคุณกินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาเบาหวานอยู่ ควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนเริ่มกินอาหารเสริมตัวไหนก็ตาม

ความปลอดภัยของ CoQ10 ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรยังไม่มีข้อมูลชัดเจนพอ จึงควรเลี่ยงไว้ก่อน เว้นแต่แพทย์จะแนะนำเป็นอย่างอื่น เช่นเดียวกับอาหารเสริมทุกชนิด คนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจหรือเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่กรมอนามัยเน้นย้ำให้ตรวจสุขภาพประจำปีอยู่เสมอ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ไม่ควรซื้อมากินเองตามใจชอบนะคะ

แหล่งอาหารธรรมชาติที่มี CoQ10

  • ปลาที่มีไขมันดี เช่น แซลมอน ปลาทู และปลาทูน่า
  • เครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะตับวัวหรือตับไก่ ที่มักเจอในเมนูผัดหรือลาบตับตามร้านอาหารไทย
  • เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัวและเนื้อหมู อย่างที่ใช้ทำนามตก
  • ธัญพืชไม่ขัดสีและถั่วเมล็ดแห้ง
  • ถั่วต่างๆ โดยเฉพาะถั่วลิสงและงา ที่เป็นส่วนผสมหลักของส้มตำและน้ำจิ้มไทยหลายเมนู
  • ผัก เช่น บรอกโคลีและผักโขม แม้จะมีในปริมาณไม่มากนัก
  • น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันคาโนลาที่ใช้ทำอาหารทั่วไป

คนไทยส่วนใหญ่ได้รับ CoQ10 อยู่แล้วบ้างจากอาหารการกินในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวผัด ส้มตำ หรือกับข้าวตามสำรับไทยทั่วไป แต่ปริมาณที่ได้จากอาหารยังถือว่าน้อยกว่าปริมาณที่มีในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากนะคะ

สำรวจสารอาหารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สรุปส่งท้าย

CoQ10 ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ทุกอย่างได้ แต่มันมีบทบาทสำคัญจริงๆ ในการช่วยให้เซลล์สร้างพลังงานและปกป้องตัวเองจากความเสื่อมที่เกิดขึ้นทุกวัน สำหรับคนสุขภาพดีที่กินอาหารหลากหลายอยู่แล้ว ร่างกายที่ผลิตเองบวกกับที่ได้จากอาหารก็เพียงพอค่ะ

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่กินยาสแตติน ดูแลสุขภาพหัวใจอยู่ หรือปวดไมเกรนบ่อยๆ นี่คือกลุ่มที่ควรลองคุยกับหมอดูว่า CoQ10 เหมาะกับตัวเองไหม เหมือนอาหารเสริมทุกชนิด มันทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเป็นตัวเสริมควบคู่ไปกับการนอนหลับที่ดี อาหารการกินที่สมดุล และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ไม่ใช่มาแทนที่สิ่งเหล่านี้นะคะ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ก่อนปรับเปลี่ยนอาหารการกินหรือเริ่มกินอาหารเสริมใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเสมอนะคะ

References

  1. NIH NCCIH
    https://www.nccih.nih.gov/health/coenzyme-q10
  2. Linus Pauling Institute
    https://lpi.oregonstate.edu/mic/dietary-factors/coenzyme-Q10
  3. Mayo Clinic
    https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-coenzyme-q10/art-20362602
  4. PubMed Central (NIH)
    https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8389239/
  5. PubMed Central (NIH)
    https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3178961/
  6. MedlinePlus (NIH)
    https://medlineplus.gov/genetics/condition/primary-coenzyme-q10-deficiency/